เกมสุดคลาสสิค สิงโตคำรามปะทะแคมเมอรูนม้ามืด ฟุตบอลโลกปี1990

ส่วนคู่สุดท้ายของรอบนี้เป็นการพบกันระหว่างอดีตแชมป์โลกอย่างอังกฤษกับแคเมอรูนกับทีมม้ามืดของทัวร์นาเมนต์ ซึ่งทำให้อังกฤษกลายเป็นทีมแรกที่ได้เล่นกับทีมจากแอฟริกาสองทีมในฟุตบอลโลกครั้งเดียวกัน ก่อนเริ่มเกมแน่นอนว่าแฟนบอลโดยมากก็ยังเชื่อในความเก๋าของทีมสิงโตคำรามว่าน่าจะปราบพยศทีมสิงโตจากาฬทวีปได้เสียที และเกมในครึ่งแรกก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างนั้นเมื่ออังกฤษออกนำไปก่อนจากลูกโหม่งของเดวิด แพลตต์ ฮีโร่จากรอบที่ผ่านมา

แต่พอเริ่มครึ่งหลังแคเมอรูนแก้เกมด้วยการส่งคุณน้าโรเจอร์ มิลล่าลงมาอีกครั้ง และก็เป็นคุณน้ามิลล่าที่สร้างความปั่นป่วนให้กับแผงหลังอังกฤษแม้ว่าจะยิงไม่ได้ แต่ก็เป็นคนทำให้ทีมได้จุดโทษตีเสมอก่อนที่จะจ่ายสุดสวยให้เอ็นเคเค่ยิงให้แคเมอรูนกลับมาแซงนำ 2-1 และมีโอกาสมากที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมจากแอฟริกาทีมแรกเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จอยู่แล้ว แต่ในช่วงท้ายเกมอังกฤษมีฮึดอีกครั้ง และเป็นแกรี่ ลินิเกอร์ที่ทำให้ทีมได้ลูกโทษก่อนจะลุกขึ้นมายิงเองเป็นประตูตีเสมอ 2-2

และในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก็เป็นลินิเกอร์คนเดิมที่ทำให้ทีมได้ลูกโทษและยิงเข้าไปได้อีกครั้ง ช่วยให้อังกฤษพลิกกลับมาชนะได้อย่างหวุดหวิด 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับจากได้แชมป์เมื่อปี 1966 เป็นต้นมาส่วนแคเมอรูนแม้ว่าจะต้องตกรอบไป แต่การที่สามารถมาได้ไกลถึงขนาดนี้ก็นับเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของฟุตบอลแอฟริกาที่ได้รับเสียงชื่นชมไปทั่วโลก และจากผลงานของแคเมอรูนนี่เองจึงทำให้ทวีปแอฟริกาได้โควต้าเพิ่มเป็น 3 ทีมในฟุตบอลโลกครั้งถัดไป

ได้ 4 ทีมสุดท้ายในรอบรองชนะเลิศ    เจ้าภาพพบแชมป์เก่า

รอบรองชนะเลิศในครั้งนี้ได้แบ่งเป็นสองวัน โดยคู่แรกซึ่งแข่งกันที่เมืองเนเปิ้ลเป็นการพบกันระหว่างเจ้าภาพอิตาลีกับแชมป์เก่าอาร์เจนติ   ก่อนการแข่งขัน ดีเอโก้ มาราโดน่า กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าซึ่งเป็นขวัญใจของแฟนบอลทีมนาโปลีเจ้าของสนามทำซ่าด้วยการออกมาเรียกร้องให้แฟนบอลนาโปลีช่วยเชียร์ตนด้วย ซึ่งจะว่าไปก็ต้องถือว่าน่าลุ้นเหมือนกัน เพราะมาราโดน่าก็พอจะรู้ว่าคนอิตาลีตอนใต้เองก็ไม่ถูกกับทางเหนือมากเท่าไหร่ และนักเตะอิตาลีส่วนใหญ่ก็มาจากทีมทางภาคเหนือของอิตาลีเสียด้วย มาราโดน่าเลยคงจะแอบหวังเล็ก ๆ ให้ชาวเนเปิ้ลมาเชียร์ตนบ้างในฐานะขวัญใจชาวเนเปิ้ล

ท่าเรือโหด รัวใส่ประจวบ 5-0

เกมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก 1 นัดที่ 7 ของฤดูกาล 2019 เป็นการพบกันของ การท่าเรือ เอฟซี   เปิดบ้านเปิดบ้านที่สนามแพทสเตเดี้ยม พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี โดยเป็นทางด้านของกรท่าเรือ เจ้าบ้านที่ชนะไปอย่างท่วมท้น  5 – 0

หลังจากเริ่มเกม เป็นทางท่าเรือ ที่เปิดเกมบุกใส่ทันที

และมาได้ประตูขึ้นนำ 1 – 0 ในนาที่ที่ 40 จาก บดินทร์ ผาลา แข้งดาวรุ่งตัวเก่ง

นาทีที่ 43  เจ้าบ้านมาบวกประตูเพิ่มอีกลูกได้อย่างรวดเร็วจาก  เควิน ดีรมรัมย์  นำห่างไป 2- 0

ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก โกซุลกิ  แข้งเกาหลี มาบวกประตูเพิ่มให้ การท่าเรือ มาได้ประตูขึ้นนำ 3-0    และจบครึ่งแรกไปด้วยด้วยสกอร์นี้

นาทีที่ 68  ปกรณ์ เปรมภักดิ์  ยิงฟรีคิกสุดสวยท่าเรือทิ้งห่าง 4-0

นาทีที่ 81 การท่าเรือ มาได้ประตูที่ 5 จาก  อาทิตย์ บุตรจินดา ที่ยิงเข้าไป

จบเกม 90 นาที การท่าเรือ เอฟซี ถล่มเอาชนะ พีที ประจวบ เอฟซี ด้วยสกอร์ 5-0 คว้า 3 แต้ม พร้อมกับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนจากการมี 14 คะแนน

หงส์ยิ้ม แข้งดังปอร์โตเจ็บ ส่อชวดลงช่วยทีม

อเล็กซ์ เตลเลส  แบ็กตัวเก่งของ เอฟซี ปอร์โต ได้รับบาดเจ็บจากเกมลีกนัดล่าสุด ซึ่งอาจทำให้หมดสิทธิ์ลงช่วยทีม ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่จะบุกไปเยือนลิเวอร์พูลวันที่ 9  เมษายน นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า  เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในนาทีที่ 69   เมื่อ อเล็กซ์  เตลเลส รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปให้ เอฟซี ปอร์โตตีเสมอ  2-2  แต่ในจังหวะยิงเขามีอาการเจ็บที่บริเวณสะโพก  และต้องถูกเปลี่ยนตัวออกไป และคาดว่าทางยอดทีมจากแดนฝอยทองอาจไม่มี เตลเลส ในนัดเยือนลิเวอร์พูลสัปดาห์หน้านี้

ซิโมเน่ประเดิมสวยพา ราชบุรีไล่ทุบกิเลน 2-0

การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก   นัดที่ 5 ประจำวันอาทิตย์ที่  31 มีนาคม 2562  ที่สนามมิตรผล สเตเดี้ยม เป็นการพบกันระหว่าง  ราชบุรี มิตรผล เอฟซี  เจ้าถิ่น  พบกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยนัดนี้เป็นการประเดิมสนามการคุมทีมครั้งแรกของ มาร์โก ซิโมเน่ อดีตหัวหอกชื่อดังชาวอิตาเลี่ยน  โดยสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมพา  ราชบุรี มิตรผล เอฟซี  คว้าชัยชนะ เหนือ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไปได้  2-0  และถือเป็นการกลับมาคว้าชัยได้อีกครั้งของ “ราชันมังกร” หลังแพ้มา 3 นัดรวด ในศึกฟุตบอลไทยลีก 2019  โดยได้ประตูในนาทีที่  50 จาก   ยานนิค  โบนี่  และนาทีที่ 67 เจ้าถิ่นมาได้ประตูย้ำชัยชนะ จาก   คัง ซู อิล